ปมเชือกปริศนาเป็นเรื่องโบราณในหนังสือเทพนิยาย กรีก เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ในตะวันออกกลางมีปมเชือกปริศนาอยู่ในวิหารแห่งหนึ่ง และมีคำทำนายว่าผู้ที่สามารถแก้ปมเชือกปริศนานี้ได้จะได้ครองโลก จึงมีชายหนุ่มที่ปรารถนาจะครองโลกต่างแวะเวียนมาแก้ปมเชือกแต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถแก้ปมเชือกดังกล่าวได้ จนเมื่อ อะเล็กซานเดอร์ ยกทัพผ่านมาเพื่อจะไปตีเอเชีย จึงแวะมาดูปมเชือกดังกล่าว อะเล็กซานเดอร์ มายืนดูแล้วจึงชักดาบฟันปมเชือกขาดกระจุยไป ก็เป็นอันยุติตำนานเรื่องปมเชือก

เรื่องนี้มีคติที่ว่าหากคุณคิดจะครองโลกแล้วมานั่งแก้ปมเชือกอยู่ มันก็เป็นอะไรที่สิ้นคิดแต่แรกแล้ว ไม่น่าคิดไปไกลถึงเรื่องการครองโลก อีกประการหนึ่ง ก็คือ ถ้ามีอำนาจล้นเหลือจนอาจจะสามารถครองโลกได้แล้ว อำนาจที่มีอยู่ก็คือความถูกต้อง ประมาณว่า “ถ้าฉันจะเอาดาบฟันปมเชือก แล้วใครจะทำไม”

ลองเทียบเคียงเรื่องนี้ กับเรื่องที่เราทำกันอยู่

ด้านหนึ่งเราอยากพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศให้มีความทันสมัย อยากมีระบบขนส่งมวลชน อยากมีทางคู่ และอยากมีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งบนความอยากได้ใคร่มีนั้น เราก็จะซื้อเอาจากต่างประเทศ พอมีคนอยากให้คิดอ่านพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศขึ้นมาบ้าง เราก็จะเริ่มแก้ปมเชือก

ประมาณว่าตั้งคำถาม ที่เกาหลีทำมันถูกหรือเปล่า ประเทศก็เล็ก ทางรถไฟสั้น ตลาดก็เล็กทำแล้วจะขายใคร ครั้นจะเอาอย่างจีนเราก็สงสัยว่าประเทศเขาใหญ่ มีทางรถไฟยาว ตลาดในประเทศใหญ่ ก็สมควรอยู่แล้วที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง ครั้นเมื่อพูดถึงญี่ปุ่น เราก็จะบอกว่าเขาเป็นเมืองรถไฟ ตลาดในประเทศใหญ่ และพัฒนามานาน มีความเจริญล้ำหน้าจน

เราไม่อาจเอาเป็นแบบอย่างได้ พอรู้ว่ามาเลเซียหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมจนมีโรงงานประกอบรถไฟแล้วสองโรง ก็จะมีคนบอกว่า “ให้มาเลเขาออกหน้าไปสักพัก คงไม่เป็นไร” ในขณะที่แก้ปมเชือกพวกนี้ เราก็รำพึงเรื่อง เอสเอ็มอี มโนไปว่าเราจะก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง 

             วันดีคืนดี ประธานบริษัทรถไฟ JR Central ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่ามีโครงการจะเข้าไปขายรถไฟความเร็วสูงในอเมริกา แล้วถูกมาตรการ Buy America ต้องซื้อผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ผลิตในอเมริกา 60-70% จากที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ ก็ลองเข้าไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม โป๊ะเชะ เจอ Buy America Act. ซึ่งตั้งเป้าหมายจะให้ใครก็ตามที่มาลงทุนสร้างรถไฟในอเมริกา จะต้องใช้ของทำในอเมริกาถึง 100%

อ่านแล้วก็นึกถึงเพื่อนร่วมชาติบางคน พอคิดเรื่องจะใช้ของทำในประเทศก็เกรงว่าจะขัดกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เป็นต้นว่า GATT, WTO คือเกรงองค์พวกนี้ มากกว่าผลประโยชน์ที่ควรจะเกิดกับคนไทยและชาติไทย แล้วก็นึกถึงวลีภาษาอังกฤษที่ว่า “Mighty is right” อำนาจคือความถูกต้อง ท่านเหล่านั้นก็อาจจะคิดถูก อเมริกาจะทำอะไรก็ได้เพราะ “ใหญ่จริง” ใครจะกล้าว่าอะไร แต่ไทยแลนด์ไม่ใหญ่ ก็ก้มหน้าก้มตาแก้ปมเชือกแล้วฝันเรื่องการครองโลกต่อไป