ดร.ชยากร ปิยะบัณฑิตกุล (วศร.1) และ ดร.พนิดา ร้อยดวง (วศร. 6) ได้รับคัดเลือกจาก Korea Development Institute (KDI) School of Public Policy and Management ซึ่งเป็นคลังสมอง (Think Tank) สำคัญของสาธารณรัฐเกาหลี ในการค้นคว้า ศึกษา วิจัยและวิเคราะห์นโยบายสาธารณะและการจัดการทั้ง ที่เป็นนโยบายสาธารณะภายในหรือระหว่างประเทศ ให้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร 2016 Global Development Learning Network (GDLN) Blended Learning Program ระหว่างวันที่ 21 – 26 พ.ย. 59 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ในการนี้ ผู้เขียนขอแบ่งปันประสบการณ์การศึกษาดูงาน ณ Seoul Station เกี่ยวกับการวางผังการ จัดการและบริหารสถานีโดยค านึงถึงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Transit Oriented Development: TOD) และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารรถไฟสายด่วนเชื่อมระหว่าง Seoul Station กับท่าอากาศยานนานาชาติ (Airport Railroad Express: AREX) กล่าวคือ ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตร โดยสารรถไฟ check in โหลดสัมภาระ ตรวจลงตรา และขอคืนภาษีได้ด้วยตนเอง ณ ชั้น B2 Seoul Station การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จทำให้ผู้ใช้บริการประหยัดเวลาและต้นทุนในการเดินทาง และมีเวลาเพียงพอในการเยี่ยม ชมสถานที่สำคัญหรือเลือกซื้อสินค้าเพิ่มเติมบริเวณรอบ Seoul Station อย่างไรก็ดี เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งมีค่า บริษัท Airport Railroad จำกัด จึงได้เสนอส่วนลดพิเศษสูงสุดถึงร้อยละ 50 แก่ผู้ใช้บริการ AREX Express Train เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้เวลาช่วงสุดท้ายก่อนการเดินทางไปสนามบินอย่างคุ้มค่า โดยการส่งเสริมการขาย ดังกล่าวดึงดูดใจผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากและบริษัทคาดว่าในอนาคตปริมาณผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การจัดการบริการขนส่งสาธารณะโดย คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญจะ ช่วยเพิ่มปริมาณและมูลค่าการเดินทางและขนส่ง แม้ว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการอำนวยความสะดวกแก่ ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ (Check in และโหลดสัมภาระ) บริเวณสถานี รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน (Bangkok City Air Terminal) แ ต่กลับประสบปัญหาหลายประการ โดยปัจจุบันได้ยุติการให้บริการดังกล่าวที่สถานี มักกะสันแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าหากประเทศ ประเทศไทยมีแนวทาง (Road map) การพัฒนาระบบ และบริการขนส่งสาธารณะที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และโปร่งใส มีการปรับโครงสร้างองค์กรให้ สอดคล้องกับภารกิจ และมีการบูรณการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการบริการขนส่งสาธารณะทางรางและการพัฒนาพื้นที่ โดยรอบบริเวณสถานี จะทำให้สามารถพลิกฟื้นกิจกรรม การให้บริการบริเวณสถานีมักกะสันให้กลับมาเป็น One Stop Service Center ที่ทันสมัยและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการและกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่/ธุรกิจโดยรอบ ทั้งนี้ปัจจุบันพบว่าจำนวนผู้ใช้บริการเส้นทางพญาไท–สนามบินสุวรรณภูมิ ค่อนข้างสูง ดังนั้น การร่วมมือและมุ่งมั่นในแก้ไขปัญหา ดังกล่าวจะทำให้การพัฒนาการให้บริการและการขนส่งทางรางของประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

“ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความ ว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น
เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่ เฉพาะของตัว โดยไม่มองไม่แลคนอื่น
งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกัน จะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึง งานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”
พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

บทความโดย : ดร.พนิดา ร้อยดวง เศรษฐกรชำนาญการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (วศร. 6)

Share