สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องของประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานศูนย์กลางศึกษาความรู้การพัฒนาระบบขนส่งทางราง และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดยคณะกรรมการจราจรและขนส่ง ได้ตระหนักถึงความจำเป็นและเร่งด่วน ในการมีส่วนร่วมด้านวิชาการระบบขนส่งทางราง เพื่อรองรับการพัฒนาการขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะระบบรางในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลภายในระยะ 5 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2555 – 2559) รวมทั้งได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อระบบขนส่งทางราง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศของโลกน จึงร่วมจัดให้มีการบรรยายและเสวนาพิเศษและได้รับความร่วมมือจากองค์กรทั้งภาครัฐและ เอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กลุ่มบุคลากรที่มีความสนใจ เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ อันจะเป็นการสร้างและเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาระบบขน ส่งทางรางของประเทศไทย โดยงานได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคาร วสท. ถนนรามคำแห่ง กทม.

ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช.  กล่าวว่า งานบรรยายและเสวนาพิเศษในครั้ง ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการร่วมมือ ร่วมใจ ระหว่างหน่วยงานด้านวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางราง พร้อมกับองค์กรด้านวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์ เป็นการผสมผสานความรู้และประสบการณ์ อันจะเป็นการสร้างและเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย บนพื้นฐานการพัฒนาที่สามารถรับมือภัยธรรมชาติอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศของโลกและการเติบโตของเขตเมือง และการป้องกันความสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งสร้างความรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยมากขึ้นในระยะเวลาสองสามปีที่ผ่านมา โดยกล่าวได้ว่าผลกระทบด้านภัยพิบัติธรรมชาติ จะเป็นภาวะคุกคามการเติบโตของภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การลงทุน ตลอดจนความมั่นใจในการดำรงชีวิต ดังนั้นการบูรณาการทรัพยากรจึงนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ตามวิสัยทัศน์ที่ สวทช. ที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีสู่สังคมฐานความรู้ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และตามวัตถุประสงค์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ( วสท. )  ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม เพื่อความเจริญก้าวหน้าของวิชาชีพวิศวกรรม โดยมีความตระหนักในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของประชาชน ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนแล้วแต่เป็นความตั้งใจที่ดีร่วมกันในการที่จะร่วมใจสู้วิกฤตภัยพิบัติธรรมชาติที่มีผลต่อระบบขนส่งทางรางของประเทศไทย

จากวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมปี 2554 ที่นำพาความเสียหายมากที่สุดในประวัติการณ์ การดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือจากภาครัฐ ภาคเอกชนได้เข้าบรรเทาสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง หากแต่ภัยพิบัติครั้งนี้ได้ทำให้สังคมได้หันมามองปัญหาที่ต้นเหตุ รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่เข้าถึงสาเหตุของปัญหาได้อย่างถูกต้องมากขึ้น เพื่อที่จะป้องกันภัยในอนาคตมิให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่เช่นนี้อีก สังคมได้เกิดภาพสะท้อนความคิดกลับมาว่า ปัญหาการเกิดอุทกภัยนั้น มิได้เกิดจากปริมาณน้ำเพียงงประการเดียว หากมีปัจจัยเกื้อหนุนอื่น เช่น ขาดการวางสถาปัตยกรรมผังเมืองและการวางระบบขนส่งและจราจร ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำภาคกลางตอนล่างที่ดี  ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางระบายน้ำที่มีอยู่เดิมในชุมชน ให้เปลี่ยนเส้นทาง เส้นทางระบายน้ำหายไป หรือการวางแผนด้านบริการโลจิสติกส์หรือระบบขนส่ง ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นต้น

ประจวบเหมาะที่ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ( วสท. )  ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  โดย ดร. ไกรวุฒิ เกียรติโกมล เป็นประธานกรรมการ ในขณะที่โครงการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องของประเทศไทย สวทช. ซึ่งเป็นโครงการนำร่องด้านงานวิจัย พัฒนา เพื่อการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศ กำหนดแผนให้มีการจัดประชุมครั้งใหญ่ ในรูปแบบการประชุมประจำปี หรือในรูปแบบการประชุมวิชาการสาธารณะ เพื่อให้สังคมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิด การถ่ายทอดประสบการณ์ อันจะไปสู่การกำหนดวิสัยทัศน์ของโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางรางฯ ซึ่งในอนาคต จะต้องพัฒนาไปสู่การจัดตั้งองค์กรในรูปแบบสถาบันแห่งชาติด้านวิจัยและพัฒนาระบบขนส่งทางราง ทั้งนี้เพื่อรองรับการพัฒนาการขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะระบบรางในเขตกรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑลภายในระยะ 5 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2558)  จากวิสัยทัศน์และเป้าประสงค์เดียวกันที่จะขอนำความรู้วิชาการเข้ามาส่วนเหลือสังคม ทั้งสองหน่วยงาน จึงได้ร่วมดำเนินการจัดงานบรรยายและเสวนาพิเศษด้านระบบขนส่งทางรางขึ้นในวันนี้ และคาดหวังว่าผลที่ได้จากงาน จะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางให้กับทุกภาคส่วน ในการพัฒนาประเทศไทยไปด้วยกัน

งานดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมกว่่า 260 ท่าน และได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้บริหารชั้นนำจากหน่วยงนภาครัฐและภาคเอกชน ดังนี้

1. รองปลัดกระทรวงคมนาคม (คุณจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ) ประธานคณะกรรมการจราจรและขนส่ง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

2. คุณสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา นายกสมาคม วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

3. ดร. ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

4. ดร. รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและเกษตร (องค์การมหาชน)

5. คุณสุวัฒน์  พิพัฒน์ปัญญากุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บจก. Asian Engineering Consultants Corporation Limited

6. คุณธวัชชัย สุทธิประภา กรรมการรองประธานบริหารอาวุโส  บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์

7. คุณวิทูรย์ หทัยรัตนา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ  บมจ. รถไฟฟ้ากรุงเทพ

8. ดร. เยี่ยมชาย ฉัตรแก้ว อดีตรองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

9. คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการ บจก. ช. ทวี ดอลลาเซียน

10.   คุณสุชีพ สุขสว่าง วิศวกรกำกับการกองบำรุงทางเขตกรุงเทพ การรถไฟแห่งประเทศไทย

11.   คุณอารยะ ปิณฑะดิษ หัวหน้ากองการพาณิชย์สินค้า การรถไฟแห่งประเทศไทย

12.   ดร. อรรถพล เก่าประเสริฐ  วิศวกรโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย

13.   คุณชัยวุฒิ พักโพธิ์เย็น ผู้จัดการส่วนความปลอดภัยและคุณภาพ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ

14.   คุณชูกิจ ธรรมกุล ผู้เชี่ยวชาญ บจก. Asian Engineering Consultants Corporation Limited

15.   คุณ Tetsuhisa KOBAYASHI , Senior Advisor บจก. ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์  และอดีตผู้เชี่ยวชาญ JICA ประจำประเทศไทย

16.   คุณชัยยศ ปีติเจตน์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ