ความสำคัญและความจำเป็นในการจัดตั้งสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีระบบขนส่งทางรางแห่งชาติ ประกอบด้วย

(1)   การสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่อเป็นระบบการขนส่งหลักของประเทศ

การคมนาคมขนส่งทางรางเป็นการขนส่งทางบกที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การมีเส้นทางรถไฟที่ครอบคลุมพื้นที่และประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเหมาะสม เป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า นำไปสู่การตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยจากการลดอุบัติเหตุของการจราจร นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ของประเทศ รวมทั้งกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค จะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น โดยสรุปคือการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งต่อเนื่องหลาย รูปแบบ

(2)  การยกระดับความสามารถของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ ระบบขนส่งทางรางและเพิ่มการมีส่วนร่วมของอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในประเทศ

การพัฒนาระบบขนส่งทางรางในระยะ 20 ปีข้างหน้าของประเทศไทยเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูงมาก รวมมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานและการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเทศไทยควรมีความพยายามที่จะทำให้เงินมูลค่าของโครงการตกอยู่ในประเทศมาก ที่สุด โดยการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของไทยให้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้เทคโนโลยีและ ก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตเพื่อพัฒนาระบบขนส่งทางรางของ ประเทศ เพราะจะเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศ สร้างงานในประเทศ และยังส่งผลต่อเนื่องด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนได้อีกหลายรอบในประเทศ

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมและสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม จะเป็นปัจจัยในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ เช่น การก่อสร้างและบำรุงรักษา การสื่อสารและควบคุมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตชิ้นส่วนรถไฟ การใช้วัสดุภายในประเทศเพื่อทดแทนวัสดุจากต่างประเทศ เป็นต้น จะเป็นการต่อยอดฐานความรู้และสั่งสมองค์ความรู้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมก่อ สร้าง ยานยนต์ และไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของความสามารถในการแข่งขันและเป็นนโยบายของ รัฐบาลที่ได้กำหนดให้มีการเพิ่มระดับของการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของประเทศ รวมทั้งสร้างความภาคภูมิใจที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งทางรางบาง ส่วนได้เป็นของตัวเอง

ในอดีต การดำเนินโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยได้ใช้วิธีการซื้อ เทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาใช้ แต่ไม่ได้มีกระบวนการดูดซับเทคโนโลยีเหล่านั้นไว้ในประเทศควบคู่ไปด้วย จึงได้ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่างต่อ เนื่องและโอกาสที่ภาคอุตสาหกรรมของไทยจะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการจึงมีอยู่ อย่างจำกัด

ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การดูดซับและเรียนรู้เทคโนโลยีจากต่างชาติที่ผ่านมาประสบความสำเร็จไม่มากนัก คือ การขาดหน่วยงานกลางที่ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศสู่ภาค อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องของไทย รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐซึ่งต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานตลอดอายุการใช้งาน

นอกจากนี้ หน่วยงานกลางยังสามารถเข้ามามีบทบาทในการเป็นตัวเชื่อมต่อเพื่อการแลก เปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีระบบรางระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษาและวิจัยของประเทศ เพื่อกระจายความรู้ที่มีอยู่และสร้างความรู้ขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความสำคัญ

ดังนั้น การจัดตั้งสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีระบบขนส่งทางรางแห่งชาติจึงมีความสำคัญเพื่อ ทำหน้าที่และมีบทบาทที่สำคัญในการสั่งสมและพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยี ระบบขนส่งทางรางของประเทศ และในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมระบบราง ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศตามแผนแม่บทการพัฒนา ระบบขนส่งมวลชนทางรางและระบบรถไฟของประเทศไทย

Share