สิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมที่เรียกว่า “รถไฟ”มีคุณูปการทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สามารถขนส่งด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย
เป็นมิตรต่อสภาแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ”รถไฟ”ใช้ล้อเหล็กที่หมุนเคลื่อนไปบนรางเหล็กซึ่งมีแรงต้านต่ำ “รถไฟ”
ที่ใช้ไฟฟ้าช่วยให้มีทางเลือกในการใช้แหล่งพลังงานอื่นนอกเหนือจากน้ำมันมาใช้ทำการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเกิดวิกฤตขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิล

“รถไฟ” ใช้ที่ดินในการก่อสร้างโครงสร้างขนส่งน้อยกว่าระบบการขนส่งทางบกอื่นๆ เมื่อทำการขนส่งในปริมาณที่เท่ากัน รถไฟชี้นำการใช้ที่ดินในเชิงอนุรักษ์ การตั้งชุมชนจะเกิดขึ้นเฉพาะตรงที่เป็นสถานีรถไฟ การพัฒนาเมืองแบบขยายตัวไปตามแนวถนนสายหลัก (Ribbon Development) ดังเช่นที่เกิดกับถนน จะไม่เกิดขึ้นที่ทางรถไฟ

 

“รถไฟ” นำคุณภาพชีวิตที่ดีมาสู่ชุมชนด้วยรูปแบบการขนส่งที่สะดวกสบายและปลอดภัย

“รถไฟฟ้า” ยังสามารถพัฒนาขึ้นไปเป็น “รถไฟความเร็วสูง” เพื่อตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นในอนาคต

ข้อเสียของ ”รถไฟ” คือไม่เป็นระบบขนส่งแบบ “Door to Door” ซึ่งจำเป็นต้องมีการบริหารการเดินรถไฟนอกทางรถไฟ(Demand Side Management) เข้ามาช่วยจึงจะทำหน้าที่ได้สมบูรณ์

ระบบขนส่งทางราง หรือ “รถไฟ” จะเจริญรุ่งเรืองในสังคมที่มีการเรียนรู้ ผู้ที่เกี่ยวข้องมองเห็นประโยชน์ในภาพกว้างแล้วใช้สิ่งนั้นมากำหนดนโยบาย

 

เปรียบเทียบการใช้พลังงานระหว่างรถยนต์กับรถไฟ

เปรียบเทียบการใช้พลังงานระหว่างรถยนต์กับรถไฟ

เปรียบเทียบการในที่ดินสำหรับสร้างโครงสร้างขนส่ง ระหว่างรถไฟกับรถยนต์เมื่อขนส่งในปริมาณเท่ากัน

เปรียบเทียบการในที่ดินสำหรับสร้างโครงสร้างขนส่ง ระหว่างรถไฟกับรถยนต์เมื่อขนส่งในปริมาณเท่ากัน

 

Share