ปัจจุบันโครงข่ายรถไฟฟ้านับว่ามีบทบาทอย่างมากสำหรับการเดินทาง เพราะสามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก และเข้าถึงจุดต่าง ๆ ทั้งในเมือง และเชื่อมต่อไปยังสถานีที่มีโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างเมืองได้

 

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะต้องเดินทางผสมผสานกับรูปแบบอื่น ๆ (mixed-mode commuting) เช่น รถเมล์ รถจักรยาน รถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ

 

การเดินทางเชื่อมต่อกันให้มีประสิทธิ ภาพที่ดีนั้นจำเป็นต้องออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัด

 

เป้าหมายหลักที่สำคัญของการพัฒนา การเชื่อมต่อการเดินทางให้สะดวก ก็เพื่อให้ผู้เดินทางลดการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว (private car) ให้หันมานิยมเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ (mass transit) ให้มากขึ้นนั่นเอง

 

การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน การเดินทางเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้ากับระบบขนส่งมวลชน (mass transit) เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางที่สำคัญ ซึ่งระบบขนส่งมวลชนอาจจะเป็นรถไฟฟ้า หรือรถเมล์ เราควรส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางประเภทนี้มากที่สุด

 

เพราะเป็นระบบที่รองรับผู้โดยสารจำนวนมาก หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับให้ผู้โดยสารอย่างพอเพียงแล้ว จะช่วยให้ผู้โดยสารเปลี่ยนถ่ายรถได้รวดเร็ว

 

การไหลของผู้โดยสารคล่องตัว จะช่วยลดความแออัดที่สถานี

 

การเชื่อมต่อกับโครงข่ายทางจักรยานและทางเท้า การเดินและการขี่จักรยานเป็นรูปแบบที่ควรสนับสนุน เพราะเป็นรูปแบบการเดินทางที่ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดปัญหาการจราจรติดขัด ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ จึงไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง

 

ซึ่งช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศได้โดยตรง บริเวณสถานีรถไฟฟ้าในเมืองส่วนใหญ่จะมีปริมาณการจราจรสูงไม่เหมาะสำหรับการ ขี่จักรยานร่วมกับรถยนต์

 

ดังนั้นควรพัฒนาทางเท้าให้สามารถขี่จักรยานร่วมกับคนเดินเท้าได้ โครงข่ายทางเท้า ควรเชื่อมต่อกับสถานีในระยะอย่างน้อย 1-2 กิโลเมตร

 

หากใช้ความเร็วในการเดินปกติจะใช้เวลาเดินประมาณ 10-20 นาที สำหรับโครงข่ายทางจักรยาน ควรเชื่อมต่อกับสถานีในระยะอย่างน้อย 3-5 กิโลเมตร การเชื่อมต่อด้วยรถแท็กซี่ รูปแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันมาก คือการเดินทางด้วยรถแท็กซี่ เป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด

 

การใช้รถแท็กซี่ เป็นอีกรูปแบบที่ควรสนับสนุนเนื่องจากเป็นการใช้รถร่วมกันของคนหลายคน ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องซื้อรถเป็นของตนเอง รถแท็กซี่รับจ้างที่ให้บริการ ได้แก่ รถเก๋ง รถสามล้อเครื่อง รถจักรยานยนต์ การเชื่อมต่อด้วยรถยนต์ส่วนตัว (park-and-ride) เมื่อเทียบกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆแล้ว การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นการเดินทางที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุด

 

อย่างไรก็ดีในเมืองที่ไม่ได้วางแผนระบบขนส่งสาธารณะที่ดีก็ยังคงจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง

การเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ควรสนับสนุนเป็นอันดับหลังสุด เนื่องจากต้องลงทุนสูงในการเตรียมที่จอดรถหรือสร้างอาคารจอดรถ

 

หลักสำคัญของการเชื่อมต่อการเดินทาง คือ การทำให้ผู้เดินทางรู้สึกง่าย (easy) กลมกลืน (seamless) ไม่มีอุปสรรคหรือมีอุปสรรคน้อยที่สุด สามารถเดินทางจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัย

 

สัดส่วนของค่าลงทุนการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าลงทุนก่อสร้างระบบรถไฟฟ้า

 

ดังนั้นจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการเดินทางเชื่อมต่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อเนื่องไปถึงจุดหมาย ปลายทางได้อย่างสะดวก.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

รศ.ดร.วิโรจน์ ศรีสุรภานนท์

ผู้ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมระบบขนส่งทางราง รุ่นที่ 1 (วศร.1)

Share