“บีทีเอส” เป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย ดำเนินการโดย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี (BTSC) โดยได้รับสัมปทานจากกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2535 จากนั้นได้มีการแก้ไข สัญญาสัมปทานเพิ่มเติมอีก 2 ครั้งในวันที่ 25 มกราคม 2538 และวันที่ 28 มิถุนายน 2538

เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542  มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง คือ สายสุขุมวิท  (สีเขียวอ่อน) ซึ่งได้รับชื่อพระราชทานว่า “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 1” และสายสีลม (สีเขียวเข้ม) ได้รับชื่อพระราชทานว่า “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 2” มีสถานีเชื่อมต่อทั้งสองสาย บริเวณสถานีสยาม

รถไฟฟ้า บีทีเอส  เป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีขีดความสามารถในการให้บริการสูง ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และมีมาตรฐานความตรงต่อเวลาเกือบ 100% ทำให้ได้รับนิยมจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันมีผู้โดยสารมาใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 450,000 คน / วันทำงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2552) เปิดให้บริการทุกวันระหว่าง เวลา 06.00 – 24.00 น. โดยเก็บค่าโดยสารตามระยะการเดินทางจริงของผู้โดยสาร

แนวเส้นทาง 1. สายสุขุมวิท

ให้บริการจากแบริ่งถึงหมอชิต

เส้นทางเริ่มจาก บริเวณสุขุมวิท 107 ผ่านแยกบางนา มาตามถนนสุขุมวิท ถนนเพลินจิต ถนนพระราม 1 ถนนพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน สนามเป้า สะพานควาย ไปสิ้นสุดที่สวนจตุจักร ทำให้สายสุขุมวิทมีระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 22.25 กิโลเมตร มี 22 สถานี รวมสถานีร่วม (สถานีสยาม)

แนวเส้นทาง 2. สายสีลม 

ให้บริการจากบางหว้าถึงสนามกีฬาแห่งชาติ

เส้นทางเริ่มจากแยกถนนราชพฤษ์ตัดกับถนนเพชรเกษม ไปตามถนนราชพฤกษ์ ผ่านแยกถนนราชพฤกษ์ตัดกับถนนวุฒากาศ ผ่านแยกรัชดา – ตลาดพลู ผ่านแยกตากสิน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานตากสิน ไปตามถนนสาทร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนช่องนนทรี ผ่านถนนสีลม สวนลุมพินี ถนนราชดำริ และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 1 ไปสิ้นสุดที่บริเวณหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ทำให้สายสีลมมีระยะทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 14.2 กิโลเมตร มี 13 สถานี รวมสถานีร่วม (สถานีสยาม)

ขบวนรถ

รถไฟฟ้าบีทีเอสมีขีดความสามารถในการขนส่งตามมาตรฐานของระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ (Heavy Rail) คือสามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากกว่า 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง เป็นรถไฟฟ้าแบบใช้ไฟฟ้ากระแสตรง แรงดันไฟฟ้า 750 โวลต์ ป้อนกระแสไฟฟ้าด้วยระบบรางที่สาม ขบวนรถประกอบด้วยรถจำนวน 3 คัน (สามารถพ่วงเพิ่มได้สูงสุด 6 คัน) วิ่งบนทางคู่ยกระดับความกว้างทาง 1.435 เมตร (Standard gauge) รถแต่ละคันจุผู้โดยสาร ได้ประมาณ 320 คน เป็นผู้โดยสารนั่ง 42 คน และยืน 278 คน มีประตูเลื่อนกว้าง 1.40 เมตร ด้านละ 4 บาน ตัวถัง ทำด้วยเหล็ก ปลอดสนิม ติดตั้ง ระบบปรับอากาศ พร้อมหน้าต่าง ชนิดกันแสง

หลักการออกแบบสถานี 

สถานีรถไฟฟ้า ออกแบบให้หลบเลี่ยงสาธารณูปโภคใต้ดินและบนดิน และรักษาสภาพผิวจราจรบนถนนมากที่สุด โดยทั่วไปออกแบบให้มีโครงสร้างแบบเสาเดี่ยว ตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน เช่นเดียวกับโครงสร้างทางวิ่งโดยทั่วไป ระยะห่างของแต่ละสถานีอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,000 เมตร โครงสร้างสถานีมีความยาวประมาณ 150 เมตร มี 2 ลักษณะ คือ

1. Side Platform Station
มีชานชาลาอยู่สองข้าง โดยรถไฟฟ้าวิ่งอยู่ตรงกลาง สถานีทั่วไปได้ออกแบบให้มีลักษณะแบบนี้ เนื่องจากก่อสร้างได้รวดเร็วและใช้เนื้อที่น้อย

2. Centre Platform
มีชานชาลาอยู่ตรงกลางและรถไฟฟ้าวิ่งอยู่สองข้าง สถานีชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบแรก แต่การก่อสร้างยุ่งยากกว่า เนื่องจากตัวรางต้องเบนออกจากกันเมื่อเข้าสู่สถานี ทั้งนี้ได้ออกแบบให้สถานีสยาม (สถานีร่วม) มีลักษณะดังกล่าว เนื่องจากมีปริมาณผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก และเหมาะสำหรับการเปลี่ยนขบวนรถระหว่างสายสุขุมวิทกับสายสีลม

ชั้นต่างๆ ของสถานี
โครงสร้างสถานีมี 3 ชั้น ได้แก่
1. ชั้นพื้นถนน (Street Level)
2. ชั้นจำหน่ายตั๋ว (Concourse Level)
3. ชั้นชานชาลา (Platform Level)

โครงสร้างทาง

โครงสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้ามีลักษณะเป็นทางยกระดับ (Viaduct) วางบนเสาเดี่ยว ซึ่งโดยทั่วไปจะสร้างอยู่ในเกาะกลางถนน ทางยกระดับนี้กว้างประมาณ 9 เมตร อยู่สูงจากพื้นโดยทั่วไปประมาณ 12 เมตร เป็นคอนกรีตหล่อสำเร็จแบบชิ้นส่วน (Segment) มาประกอบกันทีละช่วงเสา (Span-by-Span) มีรอยต่อแบบ Dry Joint และยึดด้วยลวดแรงดึงสูงแบบภายนอก (External Post-Tensioning) อยู่ภายในช่องว่างของ Segment สาเหตุที่เลือกใช้ระบบการก่อสร้างแบบนี้ เนื่องจากวิธีดังกล่าวมีความรวดเร็วในการติดตั้งและหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการจราจรที่คับคั่งในเมือง สำหรับเสารองรับทางยกระดับสร้างด้วยคอนกรีต มีความกว้างประมาณ 2 เมตร มีระยะห่างช่วงเสาประมาณ 30 – 35 เมตร

สำหรับส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงสะพานตากสินถึงบางหว้า (ราชพฤกษ์-เพชรเกษม) นั้น ทางยกระดับเป็นแบบหล่อในที่ (Cast-in –situ) วางบนเสาเดี่ยวบริเวณเกาะกลางถนนเช่นกัน
ในส่วนของส่วนต่อขยายสายสุขุมวิทนั้น ทางยกระดับเป็นแบบคอนกรีตหล่อสำเร็จแบบชิ้นส่วน (Segment) แล้วนำมาประกอบกันต่อเนื่องทุกสามช่วงเสา รองรับด้วยเสาเดี่ยว

ข้อมูลเพิ่มเติม

Share