การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 ธันวาคม 2543 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2543 โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า MASS RAPID TRANSIT AUTHORITY OF THAILAND (MRTA)

โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (รถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน)

บริษัทผู้รับสัมปทาน : บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

อุโมงค์

เป็นอุโมงค์คู่รางเดี่ยว คือ เดินรถอุโมงค์ละหนึ่งทิศทาง มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 5.7 เมตร หนา 30 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก 6.3 เมตร

รางรถไฟฟ้า
เป็นรางมาตรฐาน UIC 54 กว้าง 1.435 เมตร จ่ายกระแสไฟฟ้าโดยรางที่ 3 ในอุโมงค์จะยึดติดคอนกรีตโดยตรงเพื่อประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและความนุ่มนวลของการเดินรถ ส่วนรางบริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงใช้หมอนรองรางเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและบำรุงรักษา

ศูนย์ซ่อมบำรุง
ใช้พื้นที่ประมาณ 300 ไร่ เป็นโครงสร้างยกระดับประมาณ 3 เมตร ประกอบด้วย อาคารโรงซ่อมบำรุง อาคารศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ สถานีจอดรถไฟฟ้า อาคารโรงซ่อมบำรุง รางวิ่งทดสอบ และอาคารบริหาร
การให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวก

ระบบรถ
รถไฟฟ้าที่นำมาให้บริการเป็นรถขนาดใหญ่ ปรับอากาศ ขนาดกว้าง 3.12 เมตร ยาว 21.5 – 21.8 เมตร สูงประมาณ 3.8 เมตร ใช้ไฟฟ้า 750 โวลต์ กระแสตรงป้อนระบบขับเคลื่อนรถ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับขับเคลื่อนตัวรถ ควบคุมการเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุม

อัตราขนส่งผู้โดยสาร
ขบวนรถไฟฟ้ามีทั้งหมด 19 ขบวน ๆ ละ 3 ตู้ รถไฟฟ้า 1 ขบวน ประกอบด้วย 3 หรือ 6 ตู้ รถไฟฟ้า 1 ขบวน (3 ตู้) บรรจุผู้โดยสารได้ประมาณ 886 คน

ความเร็วรถ
รถไฟฟ้ามีอัตราความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ในการเดินรถจะใช้อัตราความเร็วเฉลี่ย 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ลักษณะโครงสร้างสถานี
รถไฟฟ้าที่นำมาให้บริการเป็นรถขนาดใหญ่ ปรับอากาศ ขนาดกว้าง 3.12 เมตร ยาว 21.5 – 21.8 เมตร สูงประมาณ 3.8 เมตร ใช้ไฟฟ้า 750 โวลต์ กระแสตรงป้อนระบบขับเคลื่อนรถ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับขับเคลื่อนตัวรถ ควบคุมการเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุม โครงสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กอยู่ใต้ดินลึกจากผิวถนนประมาณ 15 – 25 เมตร สถานีจะมีความกว้างประมาณ 18 – 25 เมตร ยาวประมาณ 150 – 200 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่ โดยสถานีส่วนใหญ่จะเป็นแบบชานชาลาอยู่ตรงกลาง รางรถไฟฟ้าจะอยู่ 2 ด้านของชานชาลา ยกเว้นบางบริเวณจะมีสถานีแบบอุโมงค์ซ้อนกัน โดยรางรถไฟฟ้าจะอยู่คนละชั้น ซึ่งแบ่งเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ โครงสร้าง 2 ชั้น โครงสร้าง 3 ชั้น และโครงสร้าง 4 ชั้น

โครงสร้าง 2 ชั้น
โครงสร้าง 2 ชั้น ประกอบด้วย
ชั้นที่ 1 ชั้นโถงผู้โดยสาร เป็นสถานที่สำหรับซื้อและตรวจตั๋วโดยสารและแสดงแผนภูมิเส้นทางรถไฟฟ้า
ชั้นที่ 2 ชั้นชานชาลา เป็นชั้นที่รถไฟฟ้าจอดเทียบรับ-ส่งผู้โดยสาร ประตูจะเปิดและปิดเมื่อรถไฟฟ้าจอดเทียบสถานีเท่านั้น
โครงสร้าง 2 ชั้นนี้ มีจำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีหัวลำโพง สถานีห้วยขวาง สถานีสุทธิสาร และ สถานีบางซื่อ

โครงสร้าง 3 ชั้น
โครงสร้าง 3 ชั้น ประกอบด้วย
ชั้นที่ 1 ชั้นรวมผู้โดยสาร มีลักษณะเป็นพื้นที่โล่ง ประกอบด้วยร้านค้าปลีกต่างๆ
ชั้นที่ 2 ชั้นโถงผู้โดยสาร เป็นสถานที่สำหรับซื้อและตรวจตั๋วโดยสารและแสดงแผนภูมิเส้นทางรถไฟฟ้า
ชั้นที่ 3 ชั้นชานชาลา เป็นชั้นที่รถไฟฟ้าจอดเทียบรับ-ส่งผู้โดยสาร ประตูจะเปิดและปิดเมื่อรถไฟฟ้าจอดเทียบสถานีเท่านั้น
โครงสร้างสถานี 3 ชั้น เป็นโครงสร้างที่สถานีส่วนใหญ๋สร้างในลักษณะนี้ ซึ่งมีจำนวน 11 สถานี ได้แก่ สถานีคลองเตย สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานีสุขุมวิท สถานีเพชรบุรี สถานีพระราม 9 สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีรัชดาภิเษก สถานีลาดพร้าว สถานีพหลโยธิน สถานีสวนจตุจักร สถานีกำแพงเพชร

โครงสร้าง 4 ชั้น
โครงสร้าง 4 ชั้น มีรายละเอียดโครงสร้างเช่นเดียวกับ 2 ชั้น และ 3 ชั้น ประกอบ
ชั้นที่ 1 ชั้นโถงผู้โดยสาร
ชั้นที่ 2 ชั้นชานชาลา
ชั้นที่ 3 เป็นชั้นห้องเครื่องสำหรับระบบต่างๆ เช่น พัดลมดูดอากาศ ระบบไฟฟ้า เป็นต้น
ชั้นที่ 4 ชั้นชานชาลาล่าง
โครงสร้าง 4 ชั้นนี้ มีจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีสามย่าน สถานีสีลม และสถานีลุมพินี สาเหตุที่สถานีดังกล่าวต้องสร้างโครงสร้าง 4 ชั้น ก็เนื่องจากภายใต้พื้นดินมีสาธารณูปโภค เช่น อุโมงค์ประปา สายไฟฟ้า และสายโทรศัพท์ กีดขวางอยู่ เป็นจำนวนมาก ในการก่อสร้างสถานีจึงต้องหลีกเลี่ยงสาธารณูปโภคดังกล่าว

การบริหารงานโครงการ
ในการบริหารงานโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมราชมงคล ได้แบ่งเป็น 5 สัญญาก่อสร้าง และ 1 สัญญาสัมปทาน คือ

สัญญาที่ 1
งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์และสถานีส่วนใต้ คือตั้งแต่สถานีหัวลำโพงถึงสถานีพระราม 9 รวม 9 สถานี เป็นงานอุโมงค์เชื่อมต่อระหว่างสถานี อุโมงค์ส่วนแยกเข้าสู่ศูนย์ซ่อมบำรุง และปล่องระบายอากาศระหว่างสถานี 3 แห่ง

สัญญาที่ 2
งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์และสถานีส่วนเหนือ คือตั้งแต่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยถึงสถานีบางซื่อ รวม 9 สถานี เป็นงานในลักษณะเดียวกันกับส่วนใต้ ต่างกันตรงที่มีปล่องระบายอากาศระหว่างสถานี 5 แห่ง

สัญญาที่ 3
งานออกแบบก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง เป็นการก่อสร้างลานคอนกรีตเพื่อใช้เป็นลานจอดรถไฟฟ้ายกระดับ สูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร

สัญญาที่ 4
งานออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบราง เป็นสัญญาติดตั้งและวางรางรถไฟฟ้าทั้งรางวิ่งและรางจ่ายกระแสไฟฟ้า ทั้งส่วนเหนือ ส่วนใต้ และศูนย์ซ่อมบำรุง

สัญญาที่ 5
งานออกแบบ จัดหา และติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อน

สัญญาที่ 6
งานสัมปทานออกแบบ จัดหาและติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและเดินรถ เป็นสัญญาสัมปทานให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนและบิการเดินรถ ดำเนินการโดย บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (MBCL) โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ลงนามในสัญญาสัมปทานจนกระทั่งรถไฟฟ้าใต้ดินพร้อมเปิดให้บริการ โดยผู้สัมปทานมีหน้าที่ ออกแบบ ผลิต จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ และทดลองใช้งานอุปกรณ์งานระบบร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานทางโยธาของ รฟม.
ระยะที่ 2 เป็นช่วงเวลาตั้งแต่การให้บริการและบำรุงรักษษระบบรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นเวลา 25 ปี ตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ จนกระทั่งสิ้นสุด และจะต้องนำโครงสร้างพื้นฐานโยธาและงานระบบทั้งหมดที่ BMCL จัดหาคืนให้กับ รฟม. โดย BMCL ได้ว่าจ้างบริษํท Siemens จำกัด เป็นผู้รัเหมา ในลักษณะการจ้างแบบเบ็ดเสร็จ โดยเป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ผลิต ติดตั้ง ไปจนกระทั่งทำให้ระบบมีความพร้อมที่จะใช้งาน รวมถึงอบรมพนักงานให้มีความพร้อมในการให้บริการได้ด้วย และเป็นผู้บำรุงรักษาอุปกรณ์งานระบบอีกเป็นระยะเวลา 10 ปี

แนวเส้นทาง
โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย มีระยะทางทั้งสิ้น 20 กิโลเมตร เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ผ่านถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษก ผ่านศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนอโศก สี่แยกพระราม 9 สี่แยกสุทธิสาร เลี้ยวเข้าถนนลาดพร้าวที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ผ่านส่วนจตุจักร เข้าถนนกำแพงเพชร สิ้นสุที่สถานีรถบางซื่อ รวมทั้งสิ้น 18 สถานี ประกอบด้วย
สถานีหัวลำโพง
สถานีสามย่าน
สถานีสีลม
สถานีลุมพินี
สถานีคลองเตย
สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
สถานีสุขุมวิท
สถานีเพชรบุรี
สถานีพระราม 9
สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
สถานีห้วยขวาง
สถานีสุทธิสาร
สถานีรัชดาภิเษก
สถานีลาดพร้าว
สถานีพหลโยธิน
สถานีสวนจตุจักร
สถานีกำแพงเพชร
สถานีบางซื่อ

การจัดเก็บค่าโดยสาร
บัตรโดยสาร
แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. เหรียญโดยสาร มีลักษณะเป็นเหรียญพลาสติกวงกลม สามารถซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร ใช้สำหรับการโดยสารเพียงเที่ยวเดียว
2. บัตรโดยสารชนิดเติมเงิน มีลักษณะเท่ากับบัตรเครดิต สามารถซื้อได้จากห้องจำหน่ายบัตรโดยสารในสถานี เหมาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการเป็นประจำ

เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร
เป็นระบบอัตโนมัติแบบสัมผัส รับได้ทั้งเหรียญและธนบัตร และสามารถทอนเงินได้

ประตูอัตโนมัติ
สามารถเปิดได้โดยไม่จำเป็นต้องสอดบัตรหรือเหรียญโดยสาร เพียงนำบัตรหรือเหรียญเข้าใกล้ประมาณ 10 เซนติเมตร เครื่องจะเปิดได้เองโดยอัตโนมัติ

สิ่งอำนวยความสะดวก
ภายในสถานีได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้ใช้บริการ รวมทั้งผู้พิการ คนชราและหญิงมีครรภ์ ได้แก่ ลิฟต์ บันไดเลื่อน ระบบปรับอากาศทั้งภายในสถานีและตัวรถ ร้านค้าปลีก และห้องน้ำ สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการภายในลิฟต์จะมีอักษรเบรลล์ บริเวณชานพักบันได้ภายในสถานีจะมีปุ่มสัญลกษณะสำหรับผู้พิการทางสายตา นอกจากนั้นภายในห้องน้ำยังได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการสามารถใช้ได้อย่างสะดวกด้วย

ระบบป้องกันน้ำท่วม
เนื่องจากกรุงเทพมหานครมักประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่เสมอๆ ดังนั้นในการดำเนินโครงการดำเนินโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล จึงได้กำหนดแนวทางความปลอดภัยในการออกแบบเพื่อป้องกันน้ำท่วมภายในตัวสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โดยใช้ค่าระดับที่ 1 เมตร เหนือค่าระดับน้ำท่วมกรุงเทพฯ สูงสุดในรอบ 200 ปี เป็นค่ากำหนดในการนำไปใช้ออกแบบทางขึ้น-ลง สถานี และช่องเปิดต่างๆ ซึ่งน้ำสามารถไหลเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินได้ ดังนี้
ตำแหน่งอาคารทางขึ้น-ลงสถานี ได้กำหนดให้ทางขึ้น-ลงสถานีมีระดับความสูงเท่ากับค่าระดับฝนสูงสุดในรอบ 200 ปี คือ 1.2-1.5 เมตร พร้อมทั้งติดตั้ง Stop Log ที่มีความสูงขึ้นไปอีก 1 เมตร เพื่อปิดกั้นหากน้ำมีระดับสูงขึ้นกว่า 1.5 เมตร
ตำแหน่งปลายอุโมงค์ชั้นใต้ดินที่ศูนย์ซ่อมบำรุง ซึ่งเป็นบริเวณที่ปลายอุโมงค์บรรจบกับพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงได้ก่อสร้างให้มีค่าความสูงเท่ากับทางขึ้น-ลงสถานี และในช่องปลายอุโมงค์ที่มีความลาดชันได้มีการออกแบบไว้ให้มีบ่อพักเพื่อดักและเก็บน้ำที่จะไหลเข้าสู่ตัวอุโมงค์อันเนื่องจากฝนตกทั่วไป พร้อมทั้งมีปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำออกจากบ่อพักดังกล่าวออกจากตัวอุโมงค์
ตำแหน่งอาคารปล่องระบายอากาศหรือทางขึ้น-ลงฉุกเฉิน ค่าระดับฐานหรือพื้นอาคารได้ก่อสร้างให้มีความสูงเช่นเดียวกับความสูงของทางขึ้น-ลงสถานีข้างต้น

ระบบป้องกันอัคคีภัย
ได้กำหนดให้ออกแบบและก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นไปตามมาตรฐานสากล คือ มาตรฐาน NFPA 130 ซึ่งจะมีทั้งการป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัย ดังนี้
การป้องกันการเกิดอัคคีภัย ลดโอกาสที่จะเกิดอัคคีภัย หรือหากมีอัคคีภัยเกิดขึ้นก็จะอยู่ในวงจำกัด โดยการกำหนดคุณลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมทั้งกำหนดรูปแบบของอาคาร เช่น การเลือกใช้วัสดุที่ไม่ติดไฟง่าย
การระงับเหตุอัคคีภัย จุดประสงค์หลักเพื่อระงับการเกิดเพลิงไหม้รวมถึงการอำนวยความสะดวกผู้ประสบเหตุในการหนีไฟให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด โดยออกแบบให้สามารถอพยพผู้โดยสารสู่จุดปลอดภัยได้ภายใน 6 นาที จัดให้มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุและเตือนภัยอัตโนมัติ ระบบประกาศสาธารณะและบอกทิศทางในกรณีฉุกเฉิน ระดับเพลิงอัตโนมัติ ซึ่งมีน้ำเพียงพอที่จะดับไฟภายในถสานีได้ถึง 45 นาที นอกจากนั้นยังมีท่อดับเพลิงและหัวดับเพลิงซึ่งสามารถรับน้ำจากภายนอกได้โดยติดตั้งตลอดแนวอุโมงค์ในระยะทุก 50 เมตร เป็นต้น

ความปลอดภัยในการเดินรถ
ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ 3 ระบบ คือ
ระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนผู้ขับรถ ควบคุมการออกรถ การเบรค การใช้ความเร็วที่เหมาะสม การจอดรถ และการเปิด-ปิดประตู
ระบบป้องกันอัตโนมัติ ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมความเร็วรถให้อยู่ในพิกัดความเร็วที่ปลอดภัยสัมพันธ์กับระยะห่างระหว่างรถข้างหน้า กรณีที่รถ 2 ขบวน มีระยะห่างใกล้หรือไกลเกินกำหนด รถไฟฟ้าจะหยุดเองโดยอัตโนมัติ นอกจากนั้นคนขับรถไฟฟ้าก็จะทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง
ระบบการปล่อยรถตามตารางที่ตั้งไว้ รถจะถูกปล่อยออกมาตามตารางการเดินรถที่ได้กำหนดไว้โดยอัตโนมัติเพื่อให้รถไฟฟ้าไปถึงจุดหมายปลายทางได้ตรงตามกำหนดเวลา

ความปลอดภัยของผู้โดยสาร
ภายในสถานีได้ออกแบบให้เป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีซอกมุมและถังขยะเพื่อเป็นที่ซุกซ่อนสิ่งแปลกปลอม และมีโทรทัศน์วงจรปิดติดตั้งทุกระยะเพื่อตรวจความเรียบร้อยภายในสถานีตลอดเวลา
ทุกสถานีจะมีเจ้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่ของ รฟม. และเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้รับสัมปทานรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลซึ่งแต่ละสถานีตำรวจจะส่งมาประจำ นอกจากนั้นยังมีโทรทัศน์วงจรปิดติดตามจุดต่างๆ ภายในสถานีทุกชั้น
บริเวณชานชาลาจะมีประตูชานชาลาซึ่งติดตั้งไว้ทุกสถานีเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในระหว่างรอรถ ลักษณะเป็นกำแพงกระจกตลอดความยาวของชานชาลา ประตูชานชาลานี้ออกแบบมาให้เปิดออกได้ก็ต่อเมื่อมีรถไฟฟ้าจอดสนิทที่ชานชาลา เท่านั้น นอกจากนี้บานประตูทุกบานยังมีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารติดอยู่ระหว่างประตู

เวลาให้บริการ
• ทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น.
• ความถี่ ชั่วโมงปกติความถี่ไม่เกิน 10 นาทีต่อขบวน
• ความถี่ ชั่วโมงเร่งด่วนเวลา 06.00–09.00 น. และ 16.30-19.30 น. ความถี่ไม่เกิน 5 นาทีต่อขบวน
• จำนวนรถไฟฟ้า MRT วิ่งบริการสูงสุด 19 ขบวน

โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สีม่วง)

บริษัทผู้รับสัมปทาน : บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

นาม ฉลองรัชธรรม เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพื่อเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง ระยะแรก สายคลองบางไผ่-นนทบุรี-เตาปูน มีความหมายว่า “เฉลิมฉลองพระราชาที่ปกครองโดยธรรม” โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้ยื่นเรื่องขอพระราชทานชื่อเส้นทาง เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสพระราชพืธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นเกียรติและสิริมงคลแก่โครงการฯ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และแก่ประชาชนผู้เข้ามาใช้บริการ

ภาพรวม
เป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดินและยกระดับ ดำเนินการโดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในลักษณะของการจ้างเดินรถจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีแนวเส้นทางที่เชื่อมโยงการเดินทางในแนวเหนือ-ใต้ เริ่มต้นจากอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ชานเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบางใหญ่ และเมืองนนทบุรี เข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านบางซื่อ ผ่านย่านที่สำคัญในพื้นที่เมืองเก่าเขตดุสิตและเขตพระนคร เช่น โครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย ย่านถนนสามเสน บางลำพู ผ่านฟ้า วังบูรพา จากนั้นลอดแม่น้ำเจ้าพระยา มายังใจกลางพื้นที่ฝั่งธนบุรี ณ วงเวียนใหญ่ ผ่านย่านสำเหร่ จอมทองดาวคะนอง บางปะกอก แยกประชาอุทิศ ผ่านเขตราษฎร์บูรณะ ชานเมืองด้านทิศใต้ของกรุงเทพฯ ก่อนเข้าสู่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สิ้นสุดที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (ใกล้สะพานกาญจนาภิเษก) รวมระยะทาง 46.6 กิโลเมตร[4][5] นับเป็นเส้นทางที่ผ่านสถานที่สำคัญมากมายทั้งในพื้นที่นนทบุรีและกรุงเทพฯ ทั้งยังช่วยเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองทั้งด้านนนทบุรีและพระประแดง ให้สามารถเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย

พื้นที่ที่เส้นทางผ่าน
จังหวัดนนทบุรี
ตำบลบางรักพัฒนาและตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง
ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่
ตำบลบางรักน้อย, ตำบลไทรม้า, ตำบลบางกระสอ, ตำบลตลาดขวัญ และตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี
กรุงเทพมหานคร
แขวงวงศ์สว่างและแขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ
เขตดุสิต
เขตพระนคร
เขตธนบุรี
เขตคลองสาน
เขตจอมทอง
เขตราษฎร์บูรณะ
จังหวัดสมุทรปราการ
ตำบลบางพึ่ง, ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดง

แนวเส้นทาง
สถานีคลองบางไผ่ เป็นสถานีปลายทาง
เป็นโครงสร้างยกระดับ เริ่มต้นจากสถานีเตาปูนซึ่งเป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ที่แยกเตาปูนตามแนวถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ผ่านจุดตัดทางรถไฟบางซ่อนซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อนที่สถานีรถไฟบางซ่อน ผ่านแยกวงศ์สว่าง จนสุดเขตกรุงเทพมหานคร เข้าสู่เขตตำบลบางเขน อำเภอเมืองฯ จังหวัดนนทบุรี เลี้ยวขวาที่แยกติวานนท์เข้าสู่ถนนติวานนท์ ผ่านทางเข้ากระทรวงสาธารณสุข เลี้ยวซ้ายก่อนถึงแยกแครายเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เชื่อมต่อกับจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีชมพู (แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี) ที่สถานีศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ผ่านศาลากลางจังหวัดและศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี จากนั้นข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานคู่ขนานฝั่งทิศใต้ของสะพานพระนั่งเกล้า เข้าสู่พื้นที่อำเภอบางใหญ่ ผ่านทางแยกต่างระดับบางรักน้อย (จุดตัดถนนราชพฤกษ์) และแยกบางพลู เลี้ยวขวาที่ทางแยกต่างระดับบางใหญ่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตามถนนกาญจนาภิเษก ผ่านชุมชนตลาดบางใหญ่ ไปสิ้นสุดเส้นทางบริเวณคลองบางไผ่ พื้นที่ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี รวมระยะทางทั้งสิ้น 23 กิโลเมตร

ส่วนเส้นทางช่วงบางซื่อ-เตาปูนในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ดำเนินการก่อสร้างพร้อมกันนั้น มีเส้นทางเริ่มต้นจากอุโมงค์ใต้ดินของสถานีบางซื่อในปัจจุบัน ขึ้นสู่ระดับดินบริเวณหน้าที่ทำการบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และยกระดับมุ่งหน้าสะพานสูงบางซื่อ และถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ก่อนเข้าสู่ชานาชาลาชั้นล่างของสถานีเตาปูนตามแนวทิศตะวันตก-ตะวันออก ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ดังนั้นรถไฟฟ้าสายสีม่วงจึงไม่ได้เข้าสู่สถานีบางซื่อโดยตรง แต่เชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินช่วงดังกล่าวโดยเข้าสู่ชานชาลาชั้นบนของสถานีเตาปูนตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางต่อเนื่องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ทางทิศใต้

การเชื่อมต่อ
รถไฟฟ้ามหานคร
ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังเส้นทางอื่น ๆ ในระบบรถไฟฟ้ามหานครได้ที่สถานีดังต่อไปนี้
ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี : สายสีชมพู
เตาปูน : สายเฉลิมรัชมงคล
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย : สายสีส้ม
วังบูรพา : สายเฉลิมรัชมงคล

รถไฟฟ้าชานเมือง
ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังรถไฟฟ้าชานเมืองได้ที่สถานีดังต่อไปนี้
บางซ่อน เชื่อมต่อกับสถานีบางซ่อนของสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ
สามเสน เชื่อมต่อกับสถานีสามเสนของสายสีแดงอ่อน ช่วงบางบำหรุ-มักกะสัน
วงเวียนใหญ่ เชื่อมต่อกับสถานีวงเวียนใหญ่ของสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-มหาชัย

ทางเดินเข้าอาคารข้างเคียง
ในบางสถานี ผู้โดยสารสามารถเดินเข้าสู่อาคารข้างเคียงผ่านทางเชื่อมได้ดังนี้
ตลาดบางใหญ่ : เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต
ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี : เทสโก้ โลตัส สาขารัตนาธิเบศร์ (ในอนาคต)
บางกระสอ : บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า, บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัตนาธิเบศร์, โรงแรมริชมอนด์ (ในอนาคต)
แยกนนทบุรี 1 : เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ (ในอนาคต)

รายละเอียดปลีกย่อย
ระบบรถไฟฟ้า เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก (heavy rail transit) ใช้ระบบรถไฟฟ้าที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพได้เซ็นต์สัญญาว่าจ้าง มารุเบนิ และ โตชิบา เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาขบวนรถไฟฟ้า โดยได้ทำการผลิตจากโรงงาน J-TREC โดยสัญญาดังกล่าวเป็นการสั่งซื้อรถไฟฟ้า 63 ตู้ 21 ขบวน (ต่อพ่วง 3 ตู้ – 1 ขบวนและสามารถเพิ่มได้สูงสุด 6 ตู้ ต่อ – 1 ขบวนในอนาคต) โดยมีความจุประมาณ 320 คนต่อตู้ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง
ขนาดราง 1.435 เมตร (standard guage) โดยมีรางที่ 3 ขนานไปกับรางวิ่งสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวรถ
โครงสร้างทางวิ่ง เป็นแบบยกระดับ สูงประมาณ 17-19 เมตรจากผิวถนน เพื่อให้สามารถข้ามผ่านสะพานลอยคนข้ามถนน สะพานลอยรถยนต์ และสะพานลอยกลับรถได้ มีตอม่ออยู่กลางถนน ระยะห่างตอม่อสูงสุด 40 เมตร เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรทั้งในระหว่างก่อสร้างและเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ตอม่อมีลักษณะโปร่งบาง สวยงาม ไม่เทอะทะ และไม่ปิดบังอาคารบริเวณริมถนน
ศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์ควบคุมการเดินรถ บริเวณต้นทางสถานีคลองบางไผ่

รูปแบบสถานี
ชั้นชานชาลาของสถานีคลองบางไผ่
สถานีรถไฟฟ้าในโครงการฯ ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน NFPA 101 และ NFPA 130 ที่เน้นในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ผู้สัญจรไปมา ผู้อยู่อาศัยบริเวณสถานี รวมถึงการคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้คอยให้บริการ อาทิ ลิฟต์ บันไดเลื่อน สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ โดยเป็นสถานียกระดับ ยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 18 เมตร รูปแบบชานชาลากลาง การจัดพื้นที่ของสถานีประกอบด้วย[7]

ระดับถนน เป็นทางขึ้น-ลงสถานีจากทางเท้าทั้ง 2 ฝั่งถนน ที่ไม่กีดขวางการสัญจรของคนเดินเท้า และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับพักคอย สามารถกันแดดกันฝนได้ และมีระบบป้องกันน้ำท่วม ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นระดับผิวถนนได้อย่างคล่องตัว
ชั้นออกตั๋วโดยสาร (concourse) เป็นชั้นบริการผู้โดยสาร มีลักษณะแบบเปิดโล่ง ประกอบด้วยตู้ขายตั๋วและเครื่องตรวจตั๋วอัตโนมัติ ผู้โดยสารสามารถใช้เป็นสะพานลอยข้ามถนนได้ และบางสถานียังสามารถเชื่อมต่อไปยังอาคารข้างเคียงหรืออาคารจอดรถของโครงการได้อีกด้วย
ชั้นชานชาลา เป็นชั้นสำหรับรถไฟฟ้าจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร มีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งตอนกลางเป็นช่องระบายอากาศเปิดโล่ง 2 ช่อง มีประตูกั้นชานชาลา (platform screen door) ที่สูงขึ้นมาจากพื้นระดับหนึ่ง (half height) มีบันไดสำหรับผู้โดยสารขึ้น-ลงที่ปลายชานชาลาทั้งสองด้าน และมีบันไดสำหรับหนีภัยในกรณีฉุกเฉิน

ส่วนต่อขยาย
โครงการช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการปรับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางราง พ.ศ. 2538 มาสู่แผนแม่บทฯ พ.ศ. 2547 โดยแก้ไขแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มเดิม (บางกะปิ-สามเสน-ราษฎร์บูรณะ) ช่วงสามเสน (หอสมุดแห่งชาติ) -ราษฎร์บูรณะ และแนวเส้นทางสายสีม่วงเดิม (หอสมุดแห่งชาติ-เตาปูน-บางพูด) ช่วงเตาปูน-หอสมุดแห่งชาติ นำมารวมกันเป็นเส้นทางสายสีม่วงที่เกิดขึ้นใหม่ และไปเชื่อมต่อกับเส้นทางสายสีม่วงส่วนแรกในช่วงบางใหญ่-เตาปูน

แนวเส้นทาง
เส้นทางส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินผสมผสานกับโครงสร้างยกระดับ เริ่มต้นจากโครงสร้างยกระดับของสถานีเตาปูนที่แยกเตาปูนตามแนวถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางช่วงเตาปูน-บางใหญ่ และเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ จากนั้นมุ่งหน้าลงมาทางทิศใต้โดยลดระดับลงมาใต้ดิน แล้วเบี่ยงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เข้าใกล้แนวถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เข้าสู่แนวถนนสามเสนที่แยกเกียกกาย ลงมาทางทิศใต้ ผ่านแยกบางกระบือ แยกศรีย่าน เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน โครงข่ายในเมือง ช่วงบางบำหรุ-มักกะสันที่สถานีสามเสน (แยกซังฮี้) ผ่านหอสมุดแห่งชาติ แยกเทเวศร์ แยกบางขุนพรหม เลี้ยวซ้ายที่แยกบางลำพูเข้าสู่ถนนพระสุเมรุ เลียบคลองรอบกรุงไปเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้มที่สถานีผ่านฟ้าลีลาศ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนเข้าสู่ถนนมหาไชย ผ่านแยกสำราญราษฎร์ (ประตูผี) แยกเรือนจำ เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ที่สถานีวังบูรพา ก่อนเข้าสู่ถนนจักรเพชร ผ่านย่านการค้าสะพานหันและพาหุรัด

จากนั้นเส้นทางจะลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยแนวขนานกับสะพานพระปกเกล้าเข้าสู่ ถนนประชาธิปก ผ่านวงเวียนใหญ่ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้มช่วงหัวลำโพง-มหาชัยที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ และรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีลมที่สถานีวงเวียนใหญ่ แล้วมุ่งหน้าไปตามถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ผ่านสำเหร่ แยกมไหสวรรย์

จากนั้น เส้นทางจะยกระดับขึ้นเหนือผิวดินเข้าสู่แยกดาวคะนองและถนนสุขสวัสดิ์ ผ่านแยกบางปะแก้ว จุดตัดถนนพระรามที่ 2 ผ่านย่านบางปะกอก แยกประชาอุทิศ (กิโลเก้า) ไปสิ้นสุดเส้นทางบนถนนสุขสวัสดิ์ ก่อนเข้าเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ผ่านหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขาสุขสวัสดิ์ สิ้นสุดที่ครุใน (บริเวณใต้สะพานกาญจนาภิเษก)

รวมระยะทางทั้งสิ้น 23.6 กิโลเมตร เป็นเส้นทางใต้ดินประมาณ 12.6 กิโลเมตร และเส้นทางยกระดับประมาณ 11 กิโลเมตร

รายละเอียด
สถานี มี 17 สถานี (ไม่รวมสถานีเตาปูน)
สถานีใต้ดิน 10 สถานี (ตั้งแต่สถานีรัฐสภาถึงสถานีสำเหร่) ยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 20 เมตร มีประตูกั้นชานชาลา (platform screen door)
สถานียกระดับ 7 สถานี (ตั้งแต่สถานีจอมทองถึงสถานีครุใน) ยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 18 เมตร
ระบบรถไฟฟ้า เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก (heavy rail transit) มีความจุประมาณ 320 คนต่อตู้ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง
ขนาดราง 1.435 เมตร (standard guage) โดยมีรางที่ 3 ขนานไปกับรางวิ่งสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวรถ

routemap_ppl1343x1096

ขอบคุณที่มา : การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย BEM Wikipedia

Share